ความสำเร็จของคุณ คือภาระกิจของเรา

บทความน่าสนใจ

สีผิวและการสังเคราะห์เม็ดสี ตอนที่ 1

สีผิวและการสังเคราะห์เม็ดสี ตอนที่ 2

กายวิภาคของผิวหนังและหน้าที่

หลักเกณฑ์และแนวทางในการดูแลผิวพรรณ

การผลัดเซลล์ผิวหนัง (Peeling)

กลไกของความชรา (Mechanism of Aging)

 

การดูแลผิวในช่วงอายุ 40 - 50 ปี อย่างมืออาชีพ : ง่ายนิดเดียว!


อายุในช่วงวัย 40 และ 50 ปี

        ทุกช่วงวัย การดูแลผิวพรรณที่ดีเริ่มจากการป้องกันผิว ด้วยการหลีกเลี่ยงการถูกทำลาย ไม่ว่าจะเป็นการทำลายจากแสงแดด และควบคู่ไปกับการบำรุงผิวขั้นพื้นฐานที่เหมาะสมกับประเภทของผิวอย่างสม่ำเสมอ     อย่างไรก็ตาม ในช่วงวัย 40 ขึ้นไป มีการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาค่อนข้างมาก  การดูแลผิวพรรณให้ดูอ่อนเยาว์ จึงต้องเน้นการเลือกผลิตภัณฑ์ที่เหมาะสมต่อการเปลี่ยนแปลงในแต่ละช่วงวัย

        ผู้หญิงในวัย 40 และ 50 ขึ้นไปจะมีการเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนร่วมด้วย ซึ่งเป็นผลจากการผลิตฮอร์โมนเพศที่ลดลง (ฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเทอโรน) ส่งผลให้มีการสังเคราะห์คอลลาเจนล อีลาสติน และองค์ประกอบอื่นๆ ของผิวลดน้อยลงด้วย เช่น การผลิตไขมันจากต่อมไขมัน   ทั้งหมดนี้ นำไปสู่ผิวที่บาง แห้ง และการเปลี่ยนแปลงในทางลบ

        นอกจากนี้แล้ว ยังมีปัญหาอื่นที่ตามมาคือ ผิวเกิดการอักเสบอย่างมาก ขณะที่ไม่สามารถสังเกตเห็นได้ด้วยสายตา   ความแก่ที่สัมพันธ์กับการอักเสบของผิวหนัง ที่มีสาเหตุจากตัวกลาง (เช่น Cytokine, prostaglandins และอื่นๆ) และความผิดปกติของระบบภูมิคุ้มกันของเซลล์ผิวหนัง   การอักเสบจะรุนแรงมากน้อยแค่ไหน ขึ้นอยู่กับการเกิดและสะสมอนุมูลอิสระ สุดท้ายนำไปสู่การทำลายเซลล์ การเสื่อมสภาพของผิวหนัง และปัญหาอื่นๆ ตามมา


       
        การเปลี่ยนแปลงของผิวหนังในช่วงวัย 40-50 ที่สังเกตได้ มีดังต่อไปนี้

        ขณะที่ความแก่ชรายังคงปรากฏอยู่กับผิว เราไม่ควรที่จะปล่อยละเลยให้ผิวพรรณมีการเปลี่ยนแปลงในด้านที่แย่ลง เราสามารถที่จะรักษาสิ่งต่างๆ ให้อยู่ภายใต้การควบคุมหรือชะลอ เพื่อทำให้กระบวนการทั้งหมดที่กล่าวมานี้ ให้เกิดขึ้นช้าลงได้

 

การแก้ไขเบื้องต้น

        บทความนี้ไม่ได้ครอบคลุมถึงการบำรุงรักษาผิวพรรณสำหรับปัญหาในช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป รายการข้างล่างนี้ จะเป็นกุญแจที่สำคัญของขั้นตอนวิธีการดูแลผิว


ความชุ่มชื้น

ผิวแห้งพบมากในวัย 40 ปีขึ้นไป การแก้ไขความชุ่มชื้นเพียงอย่างเดียว อาจไม่เพียงพอสำหรับการชะลอความแก่ คุณจึงจำเป็นต้องผสมผสานการดูแลผิวที่หลากหลายขั้นตอนอย่างเหมาะสมเข้าไปด้วย เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ออกมาดีที่สุด


การรักษาริ้วรอยและความเหี่ยวย่น

ริ้วรอยและความเหี่ยวย่นในช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป มีสารเพียงไม่กี่ตัวที่สามารถลดเลือนริ้วรอยได้ ด้วยการป้องกันและชะลอการเกิดริ้วรอยและความเหี่ยวย่นได้ผลดีและเป็นที่ยอมรับในทางการแพทย์   สารพวกนี้ส่วนใหญ่อยู่ในกลุ่มกรดวิตามินเอ - เรตินอยด์ (tretinoin เช่น Retin A) และกลุ่มวิตามินซี (L-ascorbic acid และอนุพันธ์)   ส่วนสารตัวอื่นที่นิยมใช้ แต่ยังต้องคอยงานวิจัยสนับสนุนมากกว่านี้ เช่น กรดไลโปอิค และคอปเปอร์เปปไทด์ ซึ่งได้ผลมากน้อยแค่ไหนขึ้นกับสภาพผิวของแต่ละคน


การผลัดเซลล์ผิว

ในข่วงวัย 40 ปีขึ้นไป ผิวหนังชั้นนอกสุดเกิดความแห้งกร้านและหนาขึ้น เป็นเพราะการผลัดเปลี่ยนเซลล์เคราติโนไซด์ที่ชั้นบนสุดไม่รวดเร็วดังเช่นเดิม จึงปรากฏให้เห็นเป็นความหมองคล้ำและลักษณะแห้งกร้าน จึงจำเป็นต้องมีการผลัดเซลล์ผิว โดยการขจัดเซลล์ผิวที่ตายแล้วออกไป   อย่างไรก็ตาม การผลัดเซลล์ผิวบ่อย ไม่ใช่เรื่องที่ดีมากนัก เพราะมันอาจทำให้เกิดการอักเสบที่รุนแรงตามมาได้  

หากจะต้องทำการผลัดเซลล์ผิวควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยน เช่น สครับน้ำตาลทราย   ในผู้ที่มีปัญหาเรื่องสิว การใช้สารเคมีที่อ่อนโยนอย่าง กรดเบต้า-ไฮดรอกซี และกรดอัลฟ่า-ไฮดรอกซี จะช่วยในการผลัดเสี้ยน สิวอุดตันให้หลุดลอกได้


การลดการเสื่อมสภาพของเนื้อเยื่อด้วยการยับยั้ง MMP

หนึ่งในสาเหตุที่ผิวเสื่อมสภาพเกิดจากเอ็นไซม์ Matrix metalloproteinases (MMP) ที่ถูกผลิตมากเกินไป โดยเอนไซม์เหล่านี้ มีผลทำลายโมเลกุลที่ยึดเหนี่ยวระหว่างเซลล์   ขณะที่ผลการศึกษาพบว่า กลไกการทำงานของ MMP สามารถช่วยในการลดการเสื่อมสภาพของผิวได้


การรักษาปัญหาเม็ดสีผิว

ปัญหาเม็ดสีผิว อาจทำให้เกิดจุดด่างดำ ซึ่งมักพบในช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป   ส่วนใหญ่สาเหตุเกิดจาก ความผิดปกติของการผลิตเม็ดสีเมลานินที่เพิ่มมากขึ้น   บ่อยครั้งที่ปัญหาเหล่านี้จะดีขึ้นได้ ด้วยการใช้สารลดการสร้างเม็ดสี (Lightening agent) โดยสารนี้จะเข้าไปยับยั้งการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน จึงช่วยให้สีผิวเรียบเนียนสม่ำเสมอได้


สารที่ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อบริเวณใบหน้า

การเคลื่อนไหวของใบหน้า ซึ่งเกิดจากการทำงานของกล้ามเนื้อที่ใบหน้า เป็นผลให้เกิดรอยย่นขึ้นที่ใบหน้าได้   บ่อยครั้งที่การเกิดผิวย่น นำไปสู่การเสื่อมสภาพของผิวหนังชั้นกลาง ทำให้เห็นเป็นริ้วรอยเหี่ยวย่นได้ ดังนั้นการกำจัดที่ต้นเหตุจากการลดความเคลื่อนไหวของผิว ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่เชื่อถือได้นั่นก็คือ การใช้สารที่ลดการหดตัวของกล้ามเนื้อ อย่างเช่น Argireline หรืออาจจะฉีดโบท็อกซ์ (Botulinum toxin) ก็ได้

ส่วนใหญ่พบว่า โบท็อกซ์จะช่วยยกกระชับริ้วรอยตามแนวหน้าผาก รอยย่นระหว่างคิ้ว รอยตีนกา และรอยเหี่ยวบริเวณริมฝีปากได้

 

การรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง (Second line treatment)

        ปัญหาผิวพรรณที่หลากหลาย ที่พบในช่วงวัย 40-50 ขึ้นไป อาจแก้ไขได้โดยการรักษา ด้วยการใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิว   ในปัจจุบันมีการรักษาโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านผิวหนัง ด้วยวิธีการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละสภาพผิว เช่น การรักษาด้วยแสงเลเซอร์ (Lasers)  การใช้สารเติมเต็มร่องลึก (Dermal filler)  การใช้สารเคมีในการผลัดเซลล์ผิว (Chemical peels)  การฉีดโบท็อกซ์ (botulinum toxin หรือ Botox) และวิธีอื่นๆ หลากหลายวิธีการรักษาขึ้นกับความเหมาะสมในแต่ละช่วงวัย ก็สามารถช่วยชะลอความแก่ชราก่อนวัยได้

ขึ้นบน

ขึ้นบน

barami lab ติดต่อฝ่ายขาย | ©2015 โดย บารามี แลบบอราทอรี่ส์
 

บริษัท บารามี แลบบอราทอรี่ส์ จำกัด
9/69 หมู่ 5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี 12120
โทร: 02-516-1118 ถึง 9 ต่อ 100, 02-516-8601  แฟกซ์: 02-516-1120
email: saleonline@baramilab.com