ความสำเร็จของคุณ คือภาระกิจของเรา

บทความน่าสนใจ

สีผิวและการสังเคราะห์เม็ดสี ตอนที่ 1

สีผิวและการสังเคราะห์เม็ดสี ตอนที่ 2

กายวิภาคของผิวหนังและหน้าที่

หลักเกณฑ์และแนวทางในการดูแลผิวพรรณ

การผลัดเซลล์ผิวหนัง (Peeling)

กลไกของความชรา (Mechanism of Aging)

 

กลไกของความชรา – 2 : อนุมูลอิสระ (ตอนที่ 2)


       ครับในตอนที่แล้ว เราได้คุยกันถึงพื้นฐานของอนุมูลอิสระว่าคืออะไร?  เกิดขึ้นได้อย่างไร?  เข้าสู่ร่างกายเราทางไหน?  และมีผลเสียต่อเซลล์อย่างไร?   ในบทนี้ผมจะพูดและโยงความสัมพันธ์ให้พวกเราเข้าใจว่า อนุมูลอิสระมีความสัมพันธ์กับช่วงอายุของพวกเราอย่างไร? และอะไรที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงของช่วงอายุ?

... มาเข้าเรื่องกันครับ:—

       ในยุคปี 50 Dr. Denham Harman ได้นำเสนอสมมุติฐานว่า อนุมูลอิสระอาจจะเป็นสาเหตุหลักตัวหนึ่งที่ทำให้ร่างกายสิ่งมีชีวิตแก่ได้ ซึ่งในยุคนั้นถือว่าเป็นสมมุติฐานที่ได้รับความสนใจมากทีเดียว   หลายปีหลังจากนั้น นักวิทยาศาสตร์ก็ได้พบหลักฐานมากมายที่สนับสนุนความคิดนี้   ต่อมาทฤษฎีนี้ก็ได้รับการยอมรับว่าเป็นทฤษฎีเกี่ยวกับความชราภาพที่ดีที่สุด

      ผลเสียที่เกิดจากอนุมูลอิสระเป็นสัดส่วนโดยตรงกับอัตราการเผาผลาญในร่างกายของสิ่งมีชีวิตนั้นๆ   ยกตัวอย่างเช่น หนูมีอัตราการเผาผลาญพลังงานสูงเป็น 7 เท่าของร่างกายมนุษย์ ซึ่งคาดว่าหนูจะได้รับผลกระทบจากอนุมูลอิสระที่มีต่อ DNA มากกว่ามนุษย์ถึง 10 เท่า!   นี่จึงเป็นเหตุผลที่ว่า ทำไมคนจึงมีอายุที่ยืนยาวกว่าหนู ซึ่งจากการทดลองก็พบว่า เมื่อลดปริมาณการเผาผลาญพลังงานในหนูลง โดยการลดปริมาณอาหารลงให้มาก จะพบว่าหนูมีช่วงชีวิตที่ยืนยาวขึ้น!

       ไมโตคอนเดรีย ซึ่งถือว่าเป็นแหล่งกำเนิดพลังงานของเซลล์ จะมีความสำคัญอย่างมากต่อทฤษฎีอนุมูลอิสระและกลไกของความชรา เนื่องจาก

  • อนุมูลอิสระส่วนใหญ่จะถูกสร้างขึ้นที่นี่

  • ในไมโตคอนเดรียจะมีปริมาณอนุมูลอิสระมากกว่าส่วนอื่นๆ ทั้งหมดภายในเซลล์ แต่ขณะเดียวกันไมโตคอนเดรียกลับได้รับการปกป้องจากการทำลายของอนุมูลอิสระน้อยกว่าส่วนอื่นๆ ของเซลล์

  • ไมโตคอนเดรียมีแนวโน้มที่จะถูกทำลายได้เร็วกว่าส่วนอื่นๆ ภายในเซลล์ ทั้งที่ตัวมันเองถือได้ว่าเป็นแหล่งผลิตพลังงานหลักของเซลล์   เป็นสาเหตุให้เซลล์นั้นเข้าสู่สภาวะวิกฤติได้เร็ว – จึงถือได้ว่า การเผาผลาญพลังงานในไมโตคอนเดรียเป็นหัวใจสำคัญอันหนึ่งของกลไกของความชรา

       มีหลักฐานจำนวนมากที่ระบุว่า ผลของการทำลายโดยอนุมูลอิสระจะสะสมปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ ตามอายุที่มากขึ้น   ยกตัวอย่าง หนูที่มีอายุ 2 ปี มีร่องรอยความเสียหายใน DNA จากการทำลายของอนุมูลอิสระมากกว่าหนูที่มีอายุน้อยกว่า เป็นต้น


ประเด็นที่น่าสนใจ

จากการทดลองโดยใช้หนอน Caenorhabditis ให้ได้รับอนุมูลอิสระในระดับหนึ่งจนเกิดการเปลี่ยนแปลงในยีน พบว่าหนอนจะมีช่วงอายุที่ยาวขึ้น 70 % และยังพบด้วยว่า ในตัวหนอนพวกนี้จะมีระดับของเอ็นไซม์ที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระสำคัญเพิ่มขึ้น 2 ตัว คือ SOD และ Catalase   จากข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า ยีนที่ทำปฏิกิริยากับอนุมูลอิสระจนเกิดการกลายพันธุ์ (Mutation) สามารถกระตุ้นระบบต้านทานอนุมูลอิสระให้เกิดขึ้นภายในเซลล์ได้ – นี่เป็นหลักฐานที่บ่งบอกถึงความเชื่อมโยงกันระหว่าง กลไกของความชรากับอนุมูลอิสระ


ในยุคที่เริ่มมีการใช้ X-rays ในการรักษา มีความกังวลกันมากถึงผลกระทบของรังสี X-rays ที่มีต่อร่างกาย   ในช่วงนั้น นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบปรากฏการณ์ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ เมื่อให้รังสี X-rays ปริมาณต่ำในการรักษา พบว่ามีการเพิ่มขึ้นของอนุมูลอิสระเพียงเล็กน้อยในช่วงสั้นๆ ซึ่งการเพิ่มขึ้นนี้จะช่วยกระตุ้นระบบต้านทานที่มีต่ออนุมูลอิสระ (ก็คือ SOD, Catalase, glutathione peroxidase) ให้สูงขึ้นได้


การออกกำลังกายเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระได้ตั้งแต่น้อยจนถึงปานกลาง ประเด็นนี้ขอให้เข้าใจว่า ยิ่งให้มีการเผาผลาญพลังงานมาก ก็จะมีของเสียเกิดมากขึ้นด้วยเช่นกัน   การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอให้พอควรจะกระตุ้นระบบต้านอนุมูลอิสระของร่างกายได้   ในทางกลับกัน การออกกำลังกายที่หักโหมอาจจะให้ผลตรงกันข้ามและเป็นสาเหตุให้แก่เร็วได้


มีหลายคนอาจจะสงสัยว่า การรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระ เพื่อเข้าไปทำลายอนุมูลอิสระ ซึ่งถือว่าเป็นวิธีสำคัญอันหนึ่งในการต่อสู้กับกลไกของความชรา น่าจะช่วยให้ช่วงอายุของเรายืนยาวขึ้น   มันก็ไม่ง่ายอย่างที่คิดนักหรอก เพราะว่า โดยปกติเซลล์จะคงอยู่ในสภาวะสมดุลระหว่าง ปริมาณของอนุมูลอิสระที่ร่างกายยอมรับได้ กับระดับความต้านทานต่ออนุมูลอิสระของร่างกาย ที่เรียกกันว่า Oxidative Equilibrium หรือ OE

ณ. ที่จุดนี้ ร่างกายยอมรับให้มีอนุมูลอิสระอยู่ในร่างกายได้ในระดับหนึ่งที่มันพอทนได้ ซึ่งจะสมดุลกับปริมาณความต้านทานอนุมูลอิสระของร่างกาย   แต่ถ้าคุณรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไป ร่างกายก็จะไปลดการทำงานของกลไกการต้านอนุมูลอิสระของร่างกายลง   นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม การรับประทานสารต้านอนุมูลอิสระเข้าไป ไม่ได้ไปช่วยลดปริมาณของอนุมูลอิสระไปได้


จากการศึกษาวิจัยพบว่า อาหารเสริมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระไม่ได้ช่วยเพิ่มช่วงชีวิตของคน (Lifespan) ให้ยืนยาวที่สุด  แต่สารต้านอนุมูลอิสระจะช่วยเพิ่มช่วงชีวิตของคนให้เฉลี่ยยืนยาวมากขึ้นกว่าเดิม และถ้าเราสามารถรักษาจุดสมดุล OE ให้คงที่ได้ตลอดไป ก็มีโอกาสทำให้ช่วงชีวิตนั้นยืนยาวนานที่สุดได้   แต่อย่าลืมนะครับว่า สารต้านอนุมูลอิสระไม่สามารถเปลี่ยนแปลงจุดสมดุล OE ได้ แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่จุดสมดุล OE ถูกรบกวน ก็จะส่งผลให้ช่วงชีวิตสั้นลงอย่างเห็นได้ชัด   ยกตัวอย่างเช่น เมื่อคนเราสูบบุหรี่ อดหลับอดนอน และเครียดมาก จะมีอนุมูลอิสระเกิดขึ้นมากในร่างกายเรา เป็นผลให้คนนั้นๆ มีอายุเฉลี่ยที่สั้นลง   ทั้งหมดนี้ เป็นผลที่เกิดจากจุดสมดุล OE ถูกรบกวนอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน

ในชีวิตจริงแล้ว ระบบต้านทานอนุมูลอิสระของร่างกายเราจะถูกรบกวนตลอดเวลาให้ออกจากจุดสมดุล OE (เพราะร่างกายเราจะได้รับอนุมูลอิสระอย่างมากมายในชีวิตประจำวัน จากการสัมผัสกับรังสี UV, สารพิษ, ควันบุหรี่, รังสี, สภาวะเครียด หรือยาบางอย่าง)   นี่เป็นเหตุผลว่า ทำไมพวกเราจึงไม่สามารถมีช่วงชีวิตเฉลี่ยที่ยืนยาวสุดถึง 110 – 120 ปีได้   อาหารเสริมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระอาจจะช่วยผลักดันให้ช่วงชีวิตเฉลี่ยของเราเคลื่อนไปสู่จุดที่มีศักยภาพสูงสุดได้ โดยจัดให้มีการเพิ่มระดับความต้านทานของอนุมูลอิสระในร่างกายให้มากขึ้นได้


       ที่กล่าวมานี้ สุดท้ายแล้ว เป้าหมายของเราก็คือการเพิ่มช่วงชีวิตให้ยืนยาวที่สุด ซึ่งก็คือการเปลี่ยนแปลงจุดสมดุล OE ให้ไปอยู่ในอีกระดับที่สูงขึ้น แต่ในทางปฏิบัติ ยังไม่สามารถพิสูจน์ว่าทำได้

       อาจจะมีบางคนสงสัยว่า ควรจะรับประทานอาหารเสริมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระประเภทใดที่ดีที่สุด?   เนื่องจากว่าอนุมูลอิสระมีหลายกลุ่มด้วยกัน เช่น พวก superoxide, hydroxyl, alkyl และอื่นอีกมาก   และสารต้านอนุมูลอิสระจะมีความเฉพาะต่ออนุมูลอิสระที่แตกต่างกัน   ดังนั้น ถ้าคุณต้องการให้ได้ผลดีในการป้องกันเซลล์จากอนุมูลอิสระ ก็ควรเลือกสารต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ได้กว้าง และมีทั้งที่ละลายได้ดีในน้ำและละลายได้ดีในไขมัน

       ดังนั้นวิธีดีที่สุดที่จะปกป้องจากอนุมูลอิสระได้อย่างทั่วถึง พวกเราจึงควรรับประทานผักและผลไม้ให้หลากหลาย เพราะสารสำคัญในพืชไม่ว่าจะเป็นพวกฟลาโวนอยด์, แคโรตีนอยด์ และสารแอนโทไซยานิน ซึ่งสารเหล่านี้เป็นที่รู้กันดีว่าเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่ออกฤทธิ์ได้กว้างและสลายตัวได้ง่าย   จึงแนะนำให้รับประทานผักผลไม้สด ไม่ควรทำให้สุกมาก   ส่วนอาหารเสริมที่มีสารต้านอนุมูลอิสระจะมีประโยชน์มากในกรณีที่คุณอยู่ในสภาวะเครียด, เจ็บไข้ได้ป่วยหรือโดนแสงแดดมากเท่านั้น

ขึ้นบน

ขึ้นบน

barami lab ติดต่อฝ่ายขาย | ©2015 โดย บารามี แลบบอราทอรี่ส์
 

บริษัท บารามี แลบบอราทอรี่ส์ จำกัด
9/69 หมู่ 5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี 12120
โทร: 02-516-1118 ถึง 9 ต่อ 100, 02-516-8601  แฟกซ์: 02-516-1120
email: saleonline@baramilab.com