ความสำเร็จของคุณ คือภาระกิจของเรา

บทความน่าสนใจ

สีผิวและการสังเคราะห์เม็ดสี ตอนที่ 1

สีผิวและการสังเคราะห์เม็ดสี ตอนที่ 2

กายวิภาคของผิวหนังและหน้าที่

หลักเกณฑ์และแนวทางในการดูแลผิวพรรณ

การผลัดเซลล์ผิวหนัง (Peeling)

กลไกของความชรา (Mechanism of Aging)


 

ขั้นตอนและวิธีการทำทรีตเมนต์ด้วยกรด Glycolic
— ตามหลักการแพทย์ เพื่อรักษาฝ้า กระและริ้วรอย


      การทำทรีตเมนต์หรือการผลัดเซลล์ผิวหรือ Peeling เป็นหัตถการที่ได้รับความนิยมสูงในปัจจุบัน และให้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจเป็นอย่างมาก แต่การจะให้ได้ผลลัพธ์ที่สูงสุดจำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องใช้กรดไกลโคลิกที่ความเข้มข้นสูง ดังนั้นจึงมีความเสี่ยงที่จะเกิดอาการข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ได้

      ด้วยเหตุนี้ผมจึงอยากจะแนะนำเพื่อนสมาชิกเบรได้ศึกษาถึงหลักการ และขั้นตอนในการทำทรีตเมนต์อย่างที่แพทย์ผิวหนัง (Dermatologist) ทั่วไปทำกันที่คลินิกและที่โรงพยาบาล เพื่อให้ได้ผลตามที่ต้องการและหลีกเลี่ยงอาการข้างเคียงให้ได้มากที่สุด

      บทความนี้น่าจะช่วยเพื่อนสมาชิกส่วนใหญ่ได้เข้าใจและปฏิบัติอย่างถูกวิธี ไม่ต้องเสี่ยงลองผิดลองถูกกันเองหรือไปเรียนรู้มาอย่างผิดวิธี   ส่วนสมาชิกบางท่านที่เก่งและชำนาญอยู่แล้ว อาจจะมีเคล็ดลับพิเศษที่แตกต่างออกไป แต่ถ้าท่านอยากจะแบ่งปันให้เพื่อนสมาชิกอื่นได้เรียนรู้บ้างก็แจ้งทางทีมงานของเราได้ครับ

      ผมขอเริ่มเลยนะครับ ก่อนอื่นอยากจะให้เพื่อนสมาชิกได้รู้ก่อนว่าในการทำทรีตเมนต์จะมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องหลักๆ ดังนี้ครับ

  1. PREPEEL GLYCOLIC CREAM: 5% Glycolic acid + HydroSYN complex™ ผสมกับ Hypoallergic vanishing cream base และ moisturizer.

  2. AHA 30% - 70%: กรดไกลโคลิกใน Hypoallergic clear solution หรือ gel

  3. RENOVATE SKIN CREAM: Glycolic acid 10% + HydroSYN complex™ ผสม special vanishing cream, Non allergic base และ moisturizers.


หลักการ

  1. ฝ้า (Melasma) - ฝ้ามีการสร้างและสะสมของเม็ดสีเมลานิน (melanin pigment) เพิ่มขึ้นในชั้นผิวของ epidermis, stratum corneum และ upper dermis โดยมีการเพิ่มการทำงานของเอ็นไซม์ไทโรซิเนส (tyrosinase activity) มากขึ้น
  2. ร่องผิวที่เกิดจากวัยและริ้วรอย (Aging and Superficial Wrinkle) เกิดจากการเสื่อมตามวัยหลายกระบวนการ (Aging process) ด้วยกัน แต่ผลลัพธ์สุดท้ายจะมีการเปลี่ยนแปลงดังนี้คือ :-

    • Mild scale with cigarette paper appearance เกิดจากผิวชั้น stratum corneum ไม่มีความชุ่มชื้น และมีการหลุดลอกออกช้าลง ทำให้เมื่อดูด้วยตาเปล่าจะเห็น ผิวหนังแห้ง หยาบกร้าน มีริ้วรอยเล็ก (Fine scale) และเกิดมีรอยเหี่ยวย่นเล็กๆ ตื้นๆ ขึ้นทั่วไป

    • ผิวหนังชั้น Epidermis ทั่วไปจะบางลง แต่ก็มีบางหย่อมที่หนาตัวขึ้น เกิดเป็นลักษณะของ Seborrheic Keratosis, Lentigines (กระแดด รอยด่างดำบนใบหน้า) เป็นต้น

    • เซลล์เมลาโนไซต์ (Melanocyte) ลดจำนวนลงทั่วไป แต่บางแห่งกลับเพิ่มจำนวนมากขึ้น  และบางแห่งเซลล์เมลาโนไซต์จะไม่ทำงาน ในขณะที่บางแห่งกลับมีการทำงานเพิ่มขึ้น ทำให้เห็นเป็นหย่อมของสีผิวที่ไม่เรียบเนียน สม่ำเสมอ — มีลักษณะขาวและดำเป็นแห่งๆ ไป

    • เนื้อเยื่อ Elastic tissue ทำงานลดลง เกิดมี Solar elastosis

    • การสังเคราะห์คอลลาเจน (Collagen synthesis) ลดลง

    • สาร Glycosaminoglycan ที่ชั้นผิวลดลง

การเปลี่ยนแปลงทั้งหมดนี้เป็นผลรวมที่เกิดจาก Photoaging และ Chronological aging (การแก่ตัวที่เกิดจากแสง และเกิดจากการเปลี่ยนแปลงตามเวลา)


Glycolic acid เป็นสารที่มีผลช่วยให้ผิวหนังดีขึ้น โดย

กรดไกลโคลิกที่ความเข้มข้นน้อยกว่า 20% (Low concentration) ถือว่าเป็น mild keratolytic และมีสรรพคุณเป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ด้วย โดยกรดไกลโคลิกจะผ่านลึกลงไปในชั้นล่างของผิวหนังชั้น stratum corneum และไปขัดขวางการยึดเกาะของเซลล์ผิวหนัง โดยไปยับยั้งพันธะในของช่องว่างระหว่างเซลล์ ทำให้เซลล์ผิวชั้น stratum corneum หลุดออกได้ง่ายขึ้น

ผลที่ตามมาก็คือ จะเกิดมีเซลล์ผิวใหม่เกิดขึ้นมาแทนที่ ทำให้ผิวแลดูอ่อนวัย เต่งตึง ลดรอยเหี่ยวย่น (ตรงข้ามกับ urea ซึ่งมีสรรพคุณเป็น keratolytic ที่ทำให้เฉพาะผิวชั้นบนหลุดออกมาเท่านั้นและมี cell turnover rate เร็วขึ้น)

ในกรณีของฝ้า (melasma) ก็ทำให้เม็ดสีเมลานินหลุดลอกออกมาเร็วขึ้น ทำให้หน้าใสขึ้นทันที   ผลจากการใช้กรดไกลโคลิกในการลดริ้วรอยและความเสื่อมโทรมตามวัย สามารถพิสูจน์ได้โดยการดูเนื้อเยื่อด้วยกล้องจุลทรรศน์ (histology) ว่าทำให้โครงสร้างผิวหนังดีขึ้นจริง

HydroSYN complex™ เป็นสารประกอบ 2 ตัวที่ทำงานเสริมฤทธิ์กันในการยับยั้งการทำงานของเอ็นไซม์ tyrosinase ทำให้ลดการสร้างเม็ดสีเมลานิน (melanin pigment) ทำให้ได้ผลเป็นทวีคูณเมื่อใช้ร่วมกับ glycolic acid ในการรักษาคนที่มีปัญหาเรื่องจุดด่างดำ (Hyperpigmentation) เช่น ฝ้าหรือกระ เป็นต้น   นอกจากนี้ยังมีฤทธิ์ต้านการอักเสบ (Anti-inflammation) จึงช่วยลดอาการข้างเคียงของกรดไกลโคลิกได้

  • PREPEEL GLYCOLIC CREAM   จึงเป็นสูตรที่ควรใช้ก่อนทำ peeling ประมาณ 1 สัปดาห์ เพื่อทำให้ผิวหน้าปรับตัวต่อกรดไกลโคลิกก่อน และเมื่อทำ peeling จะทำให้ลดผลข้างเคียงของการทำ peeling ได้  ส่วน HydroSyn complex ก็เริ่มทำงานได้ก่อนเลย ทำให้ผิวหนังขาวใส (Whitening effect) เกิดขึ้นเร็ว

  • AHA 30% - 70% (glycolic acid)   เป็นสาร chemical peeling ที่ทำให้ stratum corneum, สิวเสี้ยนหรือสิวอุดตัน (Comedones), seborrheic keratosis และ aging lesions อื่นๆ หลุดลอกออกมาได้

  • RENOVATE SKIN CREAM   ใช้ทาหลังจากทำ peeling แล้ว ทำให้ผิวหนังนุ่มนวล ลดอาการระคายเคียงและลดการอักเสบที่เป็นผลจาก glycolic acid (ในเปอร์เซ็นต์สูง) เพื่อให้กรดไกลโคลิกออกฤทธิ์ต่อเนื่อง ทำให้ผิวหนังดูดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ขั้นตอนการรักษาฝ้า กระและริ้วรอย

    1. อธิบายให้ลูกค้าของท่านเข้าใจถึงกระบวนการทั้งหมดและผลที่จะเกิดขึ้นจากการใช้ รวมไปถึงผลลัพธ์ที่จะเห็นผลชัดเจนในระยะ 1 – 2 เดือน แต่จะเริ่มเห็นผลภายใน 2 สัปดาห์

    2. เริ่มต้นโดยใช้ Anti-Wrinkle Foam  ล้างหน้าเช้าและก่อนนอน จากนั้นให้ทาทั่วใบหน้าด้วย Silky Touch Sunblock SPF 50 With Silicone Base ในตอนเช้าและทา PREPEEL GLYCOLIC CREAM ทั่วหน้าก่อนนอน โดยให้ทำเช่นนี้เป็นเวลา 1 สัปดาห์ก่อนที่จะนัดลูกค้ามาทำ peeling หรืออาจจะทำ peeling ในวันแรกเลยก็ได้ แล้วจัด PREPEEL GLYCOLIC CREAM ให้กลับมาทาต่อที่บ้านในสัปดาห์แรกเลยก็ได้

    3. ทำทรีตเมนต์หรือ Peeling โดยให้ลูกค้าล้างหน้าให้สะอาด และใช้สำลีชุบแอลกอฮอล์ 70% เช็ดให้ทั่วหน้าเพื่อล้างเอาไขมันที่ใบหน้าออก  จากนั้นให้เอา prepeel cleanser เช็ดทำความสะอาดขั้นสุดท้าย

      จากนั้นใช้วาสลีนทาบริเวณขอบตาและมุมปาก แล้วใช้สำลีพันปลายไม้จุ่ม AHA 30% พอหมาดๆ ทาให้ทั่ว ทิ้งไว้ 2-3 นาที (ระวัง บริเวณที่ใกล้ขอบตา อย่าให้ยาไปถูกมากเกินไป)   เมื่อครบเวลาแล้วให้สเปรย์ด้วย peel neutralizer หรืออาจจะใช้ผ้าหรือสำลีชุบน้ำเย็นเช็ดให้ทั่วหน้า (ลูกค้าอาจจะความรู้สึกแปลบๆ บริเวณที่ทายา - stinging effect) ครั้งต่อไปจะใช้ AHA นาน 5 – 8 นาที อีก 5 ครั้ง โดยห่างกันครั้งละ 2 สัปดาห์ – 1 เดือน

    4. NOTE: ในครั้งแรกที่ทำทรีตเมนต์ควรเริ่มต้นด้วย AHA ที่ความเข้มข้น 30% - 50% และควรทิ้งไว้ 2-3 นาที ครั้งต่อไปก็เพิ่มเวลามากขึ้นเป็น 5 นาที — ครั้งต่อไปก็เพิ่มเวลาขึ้นไปอีกอาจจะถึง 7-10 นาที — ครั้งถัดไป ถ้าไม่ระคายผิวมาก อาจจะปรับความเข้มข้นของ AHA สูงมากขึ้นตามลำดับ

      *** ผลลัพธ์ก็จะดีมากขึ้นตามความเข้มข้นของกรดไกลโคลิก
      ที่สูงขึ้นและระยะเวลาที่ทาทิ้งไว้

    5. หลังทำ peeling แล้วให้ใช้ RENOVATE SKIN CREAM ทาทั่วหน้าก่อนนอน โดยล้างหน้าด้วย Anti-Wrinkle Foam   ก่อนทายา และใช้ครีมกันแดด Silky Touch Sunblock SPF 50 With Silicone Base ทาทั่วหน้าในตอนเช้าเหมือนเดิม

หลังจากผ่านการทำทรีตเมนต์ไปแล้ว 6 ครั้ง ผิวหน้าของลูกค้าจะดีขึ้นมาก ทั้งฝ้า กระและริ้วรอยย้ำลึก   จากนั้นให้คงสภาพผิวหน้าไว้โดยให้ใช้ RENOVATE SKIN CREAM ทาไปตลอด หรืออาจจะใช้ครีมชนิดอื่นร่วมด้วยก็ได้ เพื่อช่วยเสริมในการรักษาฝ้าก็ได้ โดยเฉพาะพวกฝ้าที่หนาๆ ก็อาจจะใช้ Perfect Melasma Clear Cream ทาร่วมเช้า – เย็นด้วยก็ได้ จะทำให้ได้ผลดียิ่งขึ้น   ในระยะนี้ สภาพผิวหน้าของลูกค้าจะมีอาการดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์ และจะดีขึ้นเรื่อยๆ


สรุปขั้นตอนการรักษา

สัปดาห์แรก PREPEEL GLYCOLIC CREAM, Silky Touch Sunblock, Mild soap
สัปดาห์ที่ 2 ทรีตเมนต์ด้วย AHA 30% - 70%, RENOVATE SKIN CREAM, Sunblock, Mild soap

เมื่อครบ 6 ครั้ง (รวม 3 – 6 เดือน) ให้ดูแลรักษาเพื่อคงสภาพผิวด้วย RENOVATE SKIN CREAM, Sunblock, Mild soap + Perfect Melasma Clear Cream


ข้อดีของ Glycolic acid

  • ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย
  • ช่วยรักษาฝ้า กระและริ้วรอยได้
  • ช่วยให้ผิวหน้ากระจ่างใสและกระชับเรียบเนียนได้
  • การทำไม่ซับซ้อนและราคาประหยัด
  • ไม่มีปัญหาเรื่องแพ้หรือมีก็น้อยมาก
  • ดูดซึมผ่านผิวหนังชั้น stratum corneum ได้ดี ถ้าในความเข้มข้นที่สูง จะมีผลต่อผิวชั้น dermis ด้วย
  • มีคุณสมบัติเป็นมอยซ์เจอไรเซอร์ด้วย


อาการข้างเคียง

  • เกิดผิวหนังอักเสบ (Irritant Contact Dermatitis) ได้
  • เกิดผื่นแดง (Erythema) ได้มากกว่าการทำ peeling ด้วยกรด TCA
  • เกิดจุดด่างดำ (PIH: Post-inflammatory Hyperpigmentation) ได้ คล้ายกับ PIH
  • ที่เกิดจากการ peel ด้วยกรด TCA   (วิธีแก้ไข ใช้ครีมกันแดดคุณภาพสูงและครีมที่มีสรรพคุณต้านการอักเสบในตัว)
  • มีอาการคันยิบ (Stinging effect) ในสัปดาห์แรกของการทายา คล้ายอาการที่เกิดจากการใช้ Azelaic acid cream


ไม่ควรใช้ใน

  • คนที่ใช้กรดวิตามินเอ (Vit A acid) มาก่อน จนมีผิวบาง ต้องให้หยุดยาอย่างน้อย 1 เดือน
  • คนที่ใช้ยาอื่นๆ จนมีผิวหนังบางมาก
  • คนที่ผ่านการทำทรีตเมนต์บ่อยเกินไป มากกว่า 1ครั้งใน 1 สัปดาห์
  • คนที่มีผิวขาว, บอบบาง และอายุน้อย ให้ระวัง
  • คนที่มีปัญหาเรื่องความเครียดและกังวลมาก
  • มีประวัติเป็นเริม (Herpes simplex) ภายใน 2 สัปดาห์ ก่อนทำทรีตเมนต์


References

  • Moy LS, Murad H, Moy RL. Glycolic acid peels for the treatment of wrinkles and photo aging. J Dermat Surg. 1993; 243 - 246
  • Coleman WP 3rd, Futrell JM. The glycolic acid trichloroacetic acid peel. J Dermat Surg and Oncology. 1994, 20 (1) : 76 – 30
  • Van Scott EJ, Yu RJ. Alpher hydroxyl acids: procedures for use in clinical practice. Cutis 1989 Mar; 43 (3); 222 – 9

ขึ้นบน

ขึ้นบน

barami lab ติดต่อฝ่ายขาย | ©2015 โดย บารามี แลบบอราทอรี่ส์
 

บริษัท บารามี แลบบอราทอรี่ส์ จำกัด
9/69 หมู่ 5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี 12120
โทร: 02-516-1118 ถึง 9 ต่อ 100, 02-516-8601  แฟกซ์: 02-516-1120
email: saleonline@baramilab.com