ความสำเร็จของคุณ คือภาระกิจของเรา

บทความน่าสนใจ

สีผิวและการสังเคราะห์เม็ดสี ตอนที่ 1

สีผิวและการสังเคราะห์เม็ดสี ตอนที่ 2

กายวิภาคของผิวหนังและหน้าที่

หลักเกณฑ์และแนวทางในการดูแลผิวพรรณ

การผลัดเซลล์ผิวหนัง (Peeling)

กลไกของความชรา (Mechanism of Aging)

 

แสงแดดและรังสี UV มีผลอย่างไรกับผิวหนัง?


       แสงแดดประกอบด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลายความยาวคลื่นด้วยกัน   ขณะที่แสงอาทิตย์เดินทางผ่านเข้ามาสู่ชั้นบรรยากาศของโลก ความยาวคลื่นบางช่วงจะถูกดูดซับหรือไม่ก็สะท้อนกลับไป   รังสีที่เหลือก็จะผ่านลงมาสู่พื้นผิวโลก เช่น รังสี UV และรังสีอินฟาเรด เป็นต้น

       รังสี UV เป็นตัวที่เกี่ยวข้องกับพวกเรามากที่สุดในชีวิตประจำวัน เพราะมันสามารถทะลวงผ่านชั้นผิวหนังของเราได้   เป็นเหตุให้เกิดผลอื่นๆ ตามมา เช่น ผิวหมองคล้ำ ริ้วรอย ตีนกา มะเร็งผิวหนัง เป็นต้น

       รังสี UV ประกอบด้วยกลุ่มคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าหลายความยาวคลื่นด้วยกัน แบ่งเป็น 3 กลุ่มดังนี้:-

  • รังสี UVC

เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 200-280 nm. ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่นที่สั้นที่สุด จึงมีพลังงานมากที่สุดด้วย   รังสี UVC เกือบทั้งหมดนี้จะถูกกรองที่ชั้นบรรยากาศของโลก และถึงแม้จะมีปริมาณเพียงเล็กน้อย ก็สามารถทำให้เกิดผื่นแดงและทำให้สีผิวเปลี่ยนเป็นสีแทนได้

  • รังสี UVB

มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 280-320 nm. ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่น ที่ทำให้เกิดผื่นแดงและไหม้เกรียมได้ เพราะมันสามารถทะลุผ่านผิวหนังชั้นสเตรตัม คอร์เนียม (Stratum corneum) และอีพิเดอมีส (Epidermis) ได้   รังสีนี้จะทำให้เกิดผลเสียต่อผิวหนังในทันที เช่น ผิวไหม้เกรียม ผื่นแดงเป็นต้น

  • รังสี UVA

มีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 320-360 nm.   รังสีช่วงนี้จะมีพลังงานต่ำสุด แต่มีอำนาจทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ลึกที่สุด และมีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างชั้นผิวหนัง   รังสีนี้ในปริมาณน้อยก็สามารถทะลุผ่านชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้ ซึ่งจะไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานินได้มาก และเมลานินนี้จะไปปกป้องผิวจากการถูกทำลายอีกต่อ

       รังสี UVB มีผลทำให้เกิดอาการผิวไหม้แดงได้เป็นส่วนใหญ่ และรังสี UVA ที่ปริมาณสูงก็ทำให้ผิวไหม้แดงได้เช่นกัน   ด้วยเหตุนี้ ปริมาณรังสี UVA ที่ลงมาถึงผิวโลกจึงมีมากกว่ารังสี UVB มาก   รังสี UVA ที่สูงนี้สามารถทะลุผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ และทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างผิวตามมา เช่น คอลลาเจนและอีลาสติน เป็นต้น

ดังนั้นการสัมผัสกับแสงแดดนานๆ โดยเฉพาะรังสี UVA ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดอนุมูลอิสระที่ผิวหนังได้ และอนุมูลอิสระนี้จะไปทำลายเซลล์ผิวหนัง จากภายในเซลล์เอง และทำลายชั้นของเส้นใยคอลลาเจน และอีลาสติน ทำให้เกิดผิวหนังหมองคล้ำ หย่อนยาน เกิดรอยตีนกามากมาย ทำให้เกิดสภาวะที่เรียกว่า แก่ก่อนวัยอันเกิดจากแสงแดด   

       ด้วยเหตุนี้ ครีมกันแดดจึงมีส่วนช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ -- นี่จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมเราจึงต้องใช้ครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน

       แน่นอนว่า เราสามารถเปรียบเทียบดูผลของแสงแดดนี้ได้ โดยดูที่ใบหน้าของเรา กับผิวหนังที่บริเวณตะโพกของเราก็ได้   จะเห็นว่ามีความแตกต่างกันชัดเจน

       ความรู้เรื่องรังสี UV นี้ คุณสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการขายผลิตภัณฑ์สินค้าได้มากมาย ทั้งในกลุ่มครีมบำรุงผิว ครีมกันแดด แชมภู เป็นต้น   ดังนั้นขอให้ทำความเข้าใจและจำให้ดี -- นี่เป็นความรู้ที่จำเป็นมาก จะทำให้คนฟังรู้สึกมั่นใจในตัวคุณมากทีเดียว -- เมื่อผู้ฟังเชื่อคุณแล้ว เรื่องขายก็คงไม่ใช่เรื่องที่ยากเย็นอะไรมากนัก... จริงมั้ยครับ?

ขึ้นบน

ขึ้นบน

barami lab ติดต่อฝ่ายขาย | ©2015 โดย บารามี แลบบอราทอรี่ส์
 

บริษัท บารามี แลบบอราทอรี่ส์ จำกัด
9/69 หมู่ 5 ต.คลองหนึ่ง อ.คลองหลวง ปทุมธานี 12120
โทร: 02-516-1118 ถึง 9 ต่อ 100, 02-516-8601  แฟกซ์: 02-516-1120
email: saleonline@baramilab.com